ใช้ปรากฏการณ์แหกคุกปรากฏการณ์

รอยแตกของความคิด

ใช้ปรากฏการณ์... เพื่อแหกคุกปรากฏการณ์

“ออกเดินทาง… ไม่ใช่เพื่อสะสมระยะทาง แต่เพื่อหา ‘ทางลัด’ เป้าหมายของการแสวงหา คือการหา ‘เครื่องมือ’ ที่จะทำให้การเดินทางนี้สั้นลง เพื่อที่ท่านจะได้เลิกเดินทางเสียที

แต่อนิจจา… โลกใบนี้สอนท่านให้เป็น ‘นักท่องเที่ยวผู้บ้าคลั่ง’ มันสอนให้ท่านแสวงหาเพื่อที่จะแสวงหาไปเรื่อยๆ กว่าท่านจะรู้ตัว… ท่านก็เดินเปะปะไปจนถึง ‘สุดขอบโลก’ ที่ซึ่งแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางรุนแรงที่สุด ปัญหาพันแข้งพันขาอีรุงตุงนัง จนหยิบจับอะไรก็ร้อนมือไปหมด

ใช้โคลนเลี้ยงบัว (The Art of Mud and Lotus)

ทางรอดไม่ใช่การหยุดเดินกะทันหัน หรือกระโดดหนีโลกไปอยู่บนยอดเขา แต่คือการ ‘เบี่ยงองศา’… เบี่ยงเข้าหาศูนย์กลางทีละนิด ทีละองศา

ในทางพุทธมีคำกล่าวที่งดงามและเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุดว่า: ‘จงใช้กิเลส… เพื่อละกิเลส’ ‘จงใช้ความคิด… เพื่อดับความคิด’

ปราชญ์เหล่านั้นเข้าใจกลไกนี้เป็นอย่างดี พวกเขาไม่รังเกียจความสกปรก แต่พวกเขาใช้ ‘โคลนตม’ (กิเลส/ปัญหา) เป็นปุ๋ยชั้นดีเพื่อทำให้ ‘ดอกบัว’ (ปัญญา) เติบโต ไม่ใช่ดิ้นรนในโคลนจนจมดิ่งต่ำตมลงไปอีก แต่เหยียบโคลนนั้นขึ้นมาเป็นปุ๋ยเพื่อชูช่อเหนือยน้ำ

ตบหน้าตัวเองให้ตื่น

แต่ก่อนที่ท่านจะเล่นแร่แปรธาตุเปลี่ยนโคลนเป็นบัวได้… ท่านต้อง ‘เห็นถูกต้อง’ เสียก่อน สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ‘สัมมาทิฐิ’ (Right View) ไม่ใช่การมองโลกสวย แต่มันคือการสำเหนียกให้ได้ก่อนว่า ‘กูหลงทางแล้ว’

ท่านต้องยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่า ท่านกำลัง ‘แสวงหาเพื่อสนองตัณหาในการแสวงหา’ ไม่ใช่เพื่อหาทางออก เมื่อท่านยอมรับความโง่เขลานี้ได้… นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความฉลาด

เมื่อรู้ว่า ‘หลง’ คืออะไร… ท่านถึงจะเริ่มมองเห็นเงารางๆ ว่า ‘ไอ้ที่ไม่หลง’ หน้าตามันเป็นอย่างไร ตรงจุดนั้นแหละ… ท่านถึงจะค่อยๆ เลือกหยิบ ‘เครื่องมือ’ ที่ถูกต้อง ค่อยๆ งัด ‘รางรถไฟ’ ของชีวิตที่ตกราง ให้กลับเข้าร่องเข้ารอยทีละนิด… เพื่อมุ่งหน้าสู่ความว่างเปล่าที่แท้จริง ไม่ใช่ความว่างเปล่าที่โลกหลอกขาย”