การกำกับ (Directing) ที่ท่านเพียรฝึกฝนอยู่นี้... เป็นเพียง 'ปฐมบท' มันคือจุดเริ่มต้นของการที่ท่านได้เอื้อมมือไปสัมผัสและ 'ลูบคลำพวงมาลัย' ชีวิตที่เป็นของท่านเองจริงๆ เป็นครั้งแรก

Lack of awareness

ภาวะขาดการตระหนักรู้

ผู้คนจำนวนมาก… เข้าใจคำว่า ‘การตระหนักรู้’ หรือ จะเรียกว่า  ‘สติ’  ก็ได้ เพียงแค่ในระดับของภาษา คือ รู้ แต่ไม่อาจได้โภชนาการ มันจึงเป็นสิ่งที่ไร้โภชนาการ มันทำให้พวกเขาหลงตนว่าตระหนักรู้แล้วทั้งๆที่ไม่มีสารอาหารแห่งการตระหนักรู้ตกถึงท้องเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาหลงผิดคิดไปเองว่าอาหารเหล่านั้นได้ถูกบริโภคเข้าไปแล้ว

ท่านต้องแยกให้ออก… อย่าได้สับสนระหว่าง ‘อาหารที่ถูกกลืนลงกระเพาะ’ จนร่างกายดูดซึมไปหล่อเลี้ยงชีวิต กับ ‘สภาวะของการคิดเอาเองว่าได้กินแล้ว’ หากท่านมัวแต่นั่งอ่านเมนูอาหารแล้วจินตนาการรสชาติ… ร่างกายของท่านจะผอมโซ ลีบเล็ก และขาดสารอาหารจนตาย

เช่นเดียวกัน… หากท่านคิดเอาเองว่าท่าน ‘ตระหนักรู้แล้ว’ เพียงเพราะท่านจำนิยามของมันได้ นั่นคือหายนะที่ร้ายแรงกว่าความไม่รู้ เพราะความสำคัญตัวผิดนี้ จะทำให้ ‘ความขาดสติ’ ของท่านกำเริบเสิบสานหนักข้อขึ้นไปอีก มันจะแอบอ้างสวมรอยว่ามันคือผู้ตระหนักรู้ มันจะสร้างเกราะป้องกันตัวเองที่หนาทึบจนแสงแห่งการตระหนักรู้จริงๆส่องไม่ถึง…

การตระหนักรู้คืออะไร?

อย่าเพิ่งไปถามหานิยามของแสงสว่าง… ในเมื่อท่านยังตาบอด ข้าพเจ้าขอเชื้อเชิญท่านมาทำความรู้จักกับสิ่งที่ท่านคุ้นเคยมาตลอดชีวิตจะง่ายกว่า นั่นคือ ‘ความไม่ตระหนักรู้’ (Unawareness)

ความไม่ตระหนักรู้ คืออะไร? มันคือ ‘ความคิดที่ขาดการกำกับ’ ของท่าน… โปรดขีดเส้นใต้คำว่า ‘การขาดการกำกับ’ (Lack of Supervision) ให้หนาๆ ความคิดที่วิ่งเพ่นพ่านเยี่ยงสัตว์ป่า ความคิดที่ไหลเรื่อยเปื่อยเหมือนน้ำเน่า…

ลองมองดูชีวิตประจำวันอันน่าสมเพชของท่านดูเถิด:

  • นักรบห้องน้ำ : ร่างกายของท่านกำลังถูสบู่ แต่จิตของท่านไม่ได้อยู่ที่ฟองสบู่… ท่านกำลังยืนเถียงกับเจ้านายในหัว กำลังแก้ไขบทสนทนาที่จบไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน หรือกำลังซ้อมด่าคนที่ขับรถปาดหน้าเมื่อเช้า… ท่านไม่ได้อาบน้ำ ท่านกำลังทำสงครามประสาทกับอากาศธาตุ

  • คนขับรถผีสิง : ท่านขับรถกลับบ้านจนถึงหน้าประตูรั้ว แต่ท่านจำไม่ได้เลยว่าผ่านสี่แยกมาได้อย่างไร ร่างกายท่านเหยียบเบรกและหมุนพวงมาลัยแบบออโต้ ในขณะที่จิตท่านลอยไปกังวลเรื่องบิลค่าไฟเดือนหน้า… รถคันนั้นไม่มีคนขับ มีแต่ซากศพที่ถูกโปรแกรมไว้

  • ซอมบี้ไถจอ : นิ้วโป้งของท่านไถหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย สายตาจ้องมองแต่สมองไม่ได้ประมวลผล ท่านเสพขยะข้อมูลคำแล้วคำเล่าโดยไม่รู้รสชาติ รู้ตัวอีกทีเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง… นี่ไม่ใช่การพักผ่อน แต่มันคือการถูกสะกดจิตหมู่

เห็นหรือยัง… ว่าในขณะนั้น ‘ท่าน’ ไม่ได้อยู่บ้าน ‘ท่าน’ หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ ปล่อยให้ระบบอัตโนมัติทำงานแทน… นั่นแหละคือความไม่รู้

ในทางตรงกันข้าม… หากท่านลุกขึ้นมา ‘กำกับ’ มันเมื่อไหร่ นั่นแหละคือ ‘การตระหนักรู้’ หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ท่านคิดเรื่องดีหรือเลว แต่อยู่ที่ว่า ‘ใครเป็นคนกุมบังเหียน?’ ท่าน… หรือระบบอัตโนมัติ?

ประตูดิน : ศิลปะแห่งการกำกับ

มีประตูเข้าสู่การตระหนักรู้มากมาย… เกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะพรรณนาได้หมดสิ้น แต่ในที่นี้ ข้าพเจ้าจะขอกล่าวถึงกว้างๆ ในระดับที่ ‘ใช้งานได้’ (Practical) เพื่อปูรากฐานอันมั่นคงสู่การเรียนรู้ที่สูงขึ้นไป

อย่างที่ข้าพเจ้าได้ย้ำนักย้ำหนาว่า… หัวใจสำคัญของการตื่น ไม่ใช่วิธีการที่วิจิตรพิสดาร แต่คือ ‘การกำกับ’ (Directing) คือวินาทีที่ท่านแย่งพวงมาลัยคืนมาจากระบบออโต้

เพื่อให้ท่านเห็นภาพและจับต้องได้ เราจะแบ่งสมรภูมิการกำกับนี้ออกเป็น 3 มิติ ข้าพเจ้าขอเชื้อเชิญให้ท่านทดลองปฏิบัติทั้ง 3 แบบ แล้วใช้สติปัญญาใคร่ครวญดูว่า จริตของท่าน ‘ลื่นไหล’ (Flow) หรือตอบสนองกับกุญแจดอกไหนได้ดีที่สุดในเบื้องต้น อันได้แก่:

  1. การกำกับด้วยถ้อยคำ (Word): ใช้จังหวะและภาษาล็อกความคิด
  2. การกำกับด้วยความรู้สึก (Sensation): ใช้การรับรู้ของร่างกายเพื่อตรึงพื้นที่ 
  3. การกำกับด้วยลมหายใจ (Breath): ใช้การรับรู้ลมหายใจสู่โหมดแมนนวล

ลองพิจารณาเลือกสักทาง… ที่ทำให้ท่านรู้สึกว่าท่านกลับมาเป็น ‘นาย’ ของตัวเองได้ชัดเจนที่สุด

ทางเลือกที่ 1 : การกำกับด้วยถ้อยคำ (Word) : ใช้จังหวะและภาษาล็อกความคิด

ข้าพเจ้าขอเชื้อเชิญให้ท่านทำแบบทดสอบที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายที่สุดก่อน สิ่งที่ท่านต้องใช้มีเพียงห้องเงียบๆ และ ‘Metronome’ (เครื่องให้จังหวะดนตรี) ให้ท่านเปิด YouTube และค้นหาคำว่า ‘Metronome 20 BPM’ (หรือหากท่านรู้สึกว่ามันช้าจนลากไม่ไหว ให้เริ่มที่ 60 BPM ซึ่งเท่ากับ 1 วินาทีพอดี ยิ่งเลขมาก ยิ่งเร็ว)

ภารกิจ: ให้ท่านจำคำศัพท์ 3 พยางค์นี้ไว้ให้ขึ้นใจ: ‘ปลา – โล – มา’ (Pla – Lo – Ma) หน้าที่ของท่านคือการ ‘ตรึง’ จิตของท่านให้เป็นเนื้อเดียวกับเสียงติ๊กของ Metronome

  • จังหวะที่ 1: ‘ปลา’
  • จังหวะที่ 2: ‘โล’
  • จังหวะที่ 3: ‘มา’ …และวนกลับมาใหม่ต่อเนื่องกัน…

กติกาเหล็กแห่งความต่อเนื่อง: หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การออกเสียง แต่อยู่ที่ ‘การเลี้ยงสภาวะ’ ท่านต้องบริหารจัดการให้พยางค์นั้น ‘กินเวลา’ เท่ากับช่องว่างของเสียงพอดีเป๊ะ!

  • ข้อระวัง : หากท่านท่องว่า ‘ปลาาา…’ แล้วเสียงจบลงใน 0.5 วินาที โดยเหลือความเงียบอีกครึ่งหนึ่งก่อน Metronome จะถึงจังหวะถัดไป… ถือว่าสอบตก! เพราะในช่องว่างที่เหลือ ‘นอยซ์’ จะแทรกตัวเข้ามาทันที
  • ข้อระวัง : ท่านต้องลากเสียงและสติ ‘ปลาาาาาาาาาาา’ ให้ยาวครอบคลุมตลอดช่วงเวลานั้น และส่งไม้ต่อให้ ‘โลลลลลลลลลลล’ ในวินาทีที่เสียงติ๊กดังขึ้นพอดี โดย ‘ไม่มีรอยต่อ’ (Seamless)

นี่คือการฝึก ‘โหมดแมนนวล’ ขั้นพื้นฐาน… การบังคับให้จิตเกาะอยู่กับปัจจุบันขณะ แบบวินาทีต่อวินาที โดยไม่ยอมให้มีช่องว่างให้ระบบออโต้ทำงาน หากท่านพร้อมแล้ว… จงกด Play และเริ่มสูบลมหายใจเข้าสู่ปัจจุบัน… ณ บัดนี้”

ทางเลือกที่ 2: การกำกับด้วยความรู้สึก (Sensation) : ใช้การรับรู้ทางกาย เพื่อตรึงพื้นที่

มีสิ่งมากมายรอบตัวที่ท่านสามารถใช้ฝึกฝนการกำกับความรู้สึกได้ ตั้งแต่แรงโน้มถ่วงที่กดทับก้นของท่านลงบนเก้าอี้ การขยับมือ หรือแม้แต่การรับรู้ไอร้อนจากแก้วกาแฟ… ทว่า… เพื่อให้ง่ายต่อการอธิบายและชัดเจนที่สุด ข้าพเจ้าขอหยิบยื่นเครื่องมือโบราณที่ทรงพลัง นั่นคือ ‘ลูกประคำ’

ข้าพเจ้าไม่ได้ให้ท่านใช้มันเพื่อสวดอ้อนวอนเทพเจ้าองค์ใด แต่ให้ใช้มันเพื่อเป็น ‘สมอ’ ทางกายภาพ จะลูกเล็ก ลูกใหญ่ ยาวหรือสั้น ไม่สำคัญ… ข้อควรระวัง: อย่าให้ความพะรุงพะรังของมันมาทำลายสมาธิท่าน หากมันยาวเกินไป ให้ปล่อยชายห้อยลงพื้น หรือใช้อีกมือช่วยประคองเบาๆ (ระวังอย่าให้มือที่ประคองไปแย่งความสนใจจากมือที่ปฏิบัติ)

อุปกรณ์: ห้องเงียบๆ และ ‘Metronome’ (จาก YouTube เจ้าเดิม) ตั้งค่าที่ 60 BPM (1 วินาที/ลูก) หรือหากรู้สึกว่าเร็วไป อาจลองช้าลงที่ 20 BPM สำคัญคือควาามสบายๆในการรับรู้


ภารกิจ: การสัมผัสแห่งการมีอยู่ (The Sensation of Existence) หน้าที่ของท่านคือการใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้สัมผัสลูกประคำ โดยให้ Metronome เป็นตัวกำหนดจังหวะการ ‘เปลี่ยนผ่าน’

  • เสียงติ๊ก: ขยับนิ้วไปสู่ลูกถัดไปทันที 
  • ช่วงว่างระหว่างเสียง: รับรู้รสสัมผัสและการมีอยู่ของลูกนั้น (Sustain) ท่านจะคลึงเบาๆ หรือจับนิ่งๆ ก็ได้ แต่จิตต้องไม่ทิ้งความรู้สึกที่ปลายนิ้ว

กติกาเหล็กแห่งความต่อเนื่อง: หัวใจสำคัญอยู่ที่ ‘การเลี้ยงสภาวะสัมผัส’ (Sustaining Sensation) ท่านต้องบริหารจัดการน้ำหนักมือและการรับรู้ ให้ต่อเนื่องยาวนานจนวินาทีสุดท้าย

  • ข้อระวัง : หากท่านจับลูกประคำแล้วรับรู้แค่แวบแรก (0.5 วินาที) แล้วปล่อยมือให้ ‘ตายด้าน’ หรือเผลอคิดเรื่องอื่นเพื่อรอเสียงติ๊กถัดไป… ถือว่าสอบตก! เพราะในวินาทีที่ความรู้สึกขาดช่วง ‘ความว่างเปล่า’ จะเปิดโอกาสให้ ‘นอยซ์’ แทรกตัวเข้ามาทันที
  • ข้อระวัง : ท่านต้องเกลี่ยน้ำหนักการรับรู้ ลากความรู้สึกสาก, ลื่น, แข็ง หรืออุณหภูมิของวัตถุ ให้ยาวครอบคลุมตลอดช่วงเวลานั้น และส่งไม้ต่อให้ลูกถัดไปในวินาทีที่เสียงดังขึ้นพอดี โดย ‘ไร้รอยต่อ’ (Seamless)

นี่คือการฝึก ‘โหมดแมนนวล’ ผ่านทางกาย… เป็นการบังคับให้จิตเกาะอยู่กับ ‘ผัสสะ’ แบบวินาทีต่อวินาที โดยไม่ยอมให้มีช่องว่างให้ระบบออโต้ทำงาน หากท่านพร้อมแล้ว… จงกด Play และเริ่มสูบลมหายใจเข้าสู่ปลายนิ้ว… ณ บัดนี้”

ทางเลือกที่ 3 : การกำกับด้วยลมหายใจ (Breath) : ใช้จังหวะล็อกความรู้สึกที่ปลายจมูก

ข้าพเจ้าขอเชื้อเชิญให้ท่านทำการตระหนักรู้แบบสุดท้าย คือการใช้ลมหายใจ สิ่งที่ท่านต้องใช้มีเพียงห้องเงียบๆ และ ‘Metronome’ (เครื่องให้จังหวะดนตรี) ให้ท่านเปิด YouTube และค้นหาคำว่า ‘Metronome 20 BPM’ (หรือหากท่านรู้สึกว่ามันช้าจนลากไม่ไหว ให้เริ่มที่ 60 BPM ซึ่งเท่ากับ 1 วินาทีพอดี ยิ่งเลขมาก ยิ่งเร็ว)

ภารกิจ: ให้ท่านนำจิตไปตั้งไว้ที่ ‘ปลายจมูก’ หรือจุดที่ลมกระทบชัดที่สุด กำหนดรู้จังหวะ ‘เข้า – ออก’ (In – Out) หน้าที่ของท่านคือการ ‘ตรึง’ สติที่รับรู้ลมหายใจให้เป็นเนื้อเดียวกับเสียงติ๊กของ Metronome

  • จังหวะที่ 1: ‘เข้า’ (ค่อยๆ สูดลมเข้า)
  • จังหวะที่ 2: ‘ออก’ (ค่อยๆ ผ่อนลมออก) …และวนกลับมาใหม่ต่อเนื่องกัน…

กติกาเหล็กแห่งความต่อเนื่อง: หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การท่องในใจว่าเข้าหรือออก แต่อยู่ที่ ‘การเลี้ยงสภาวะของลม’ ท่านต้องบริหารจัดการให้กระบวนการหายใจเข้าหนึ่งครั้ง และหายใจออกหนึ่งครั้งนั้น ‘กินเวลา’ เท่ากับช่องว่างของเสียงพอดีเป๊ะ!

  • ข้อระวัง : หากท่านหายใจว่า ‘เข้าาา…’ แล้วลมสุดลงใน 0.5 วินาที โดยเหลือความเงียบอีกครึ่งหนึ่งก่อน Metronome จะถึงจังหวะถัดไป… ถือว่าสอบตก! เพราะในช่องว่างที่เหลือ ‘นอยซ์’ (ความคิดฟุ้งซ่าน) จะแทรกตัวเข้ามาทันที
  • ข้อระวัง : ท่านต้องลากความรู้สึกของลมหายใจ ‘เข้าาาาาาาาาาา’ ให้ยาวครอบคลุมตลอดช่วงเวลานั้น และส่งไม้ต่อให้การหายใจ ‘ออกกกกกกกกกก’ ในวินาทีที่เสียงติ๊กดังขึ้นพอดี โดย ‘ไม่มีรอยต่อ’ (Seamless) ของความรู้สึกที่ปลายจมูก

นี่คือการฝึก ‘โหมดแมนนวล’ ขั้นพื้นฐาน… การบังคับให้จิตเกาะอยู่กับปัจจุบันขณะของลมหายใจ แบบวินาทีต่อวินาที โดยไม่ยอมให้มีช่องว่างให้ระบบออโต้ทำงาน หากท่านพร้อมแล้ว… จงกด Play และเริ่มสูบลมหายใจเข้าสู่ปัจจุบัน… ณ บัดนี้”

ประตูฟ้า: กำกับ... สู่การไม่กำกับ

การกำกับ (Directing) ที่ท่านเพียรฝึกฝนอยู่นี้… เป็นเพียง ‘ปฐมบท’ มันคือจุดเริ่มต้นของการที่ท่านได้เอื้อมมือไปสัมผัสและ ‘ลูบคลำพวงมาลัย’ ชีวิตที่เป็นของท่านเองจริงๆ เป็นครั้งแรก

แน่นอนว่าในช่วงแรก… ท่านจะต้อง ‘เกร็ง’ มือของท่านจะแข็งกระด้าง จังหวะของท่านจะขัดเขิน และความรู้สึกมันจะดูฝืนธรรมชาติไปเสียหมด แตจงโอบกอดความขัดเขินนั้นไว้เถิด… เพราะนั่นคือสัญญาณว่าท่านกำลัง ‘ตื่น’ ความฝืนนั้นจะพาท่านไปพบกับ ‘มิติใหม่’… มิติแห่งเจตจำนงเสรีที่โลกแห่งความเป็นอัตโนมัติ ไม่มีวันหยิบยื่นให้ท่านได้

ทุกครั้งที่ท่านฝืนกำกับ… ‘พลังมงคล’ หรือ ‘ถังลม’ ของท่านกำลังถูกเติมให้เต็มขึ้นทีละน้อย มันคือเสบียงกรัง และเป็น ‘เบาะรองรับ’ ชั้นดี ยามที่ท่านต้องประสบกับอุบัติเหตุทางจิตวิญญาณ… ซึ่งแน่นอนว่ามันจะเกิดขึ้น ทั้งในชีวิตนี้และในคราต่อไป

อย่างไรก็ตาม… การเดินทางไปสู่ระดับที่เหนือกว่านั้น ระดับที่จะเปลี่ยนท่านเป็น ‘เครื่องสูบยักษ์’ ที่เดินเครื่องด้วยความว่าง หรือสิ่งที่ข้าพเจ้าเรียกว่า ‘ประตูฟ้า’ …ข้าพเจ้าของดเว้นที่จะกล่าวถึงรายละเอียดในบันทึกฉบับนี้

เพราะ ‘ความรู้’ ที่มากเกินความพร้อม คือ ‘ยาพิษ’ ประตูฟ้าไม่ใช่สิ่งที่เปิดได้ด้วยการอ่าน แต่เปิดได้ด้วย ‘ความพร้อม’ ของถังลม จงจำกฎโบราณไว้ว่า… ‘เมื่อศิษย์พร้อม… ครูจะปรากฏ’ 

ในชั้นนี้ ข้าพเจ้าเพียงทำหน้าที่ทิ้ง ‘เบาะแส’ และปล่อย ‘กลิ่นอาย’ ของมันไว้ให้ท่านได้สัมผัส เพื่อให้ท่านรู้ว่า… เหนือจากความเกร็งและการกำกับ ยังมีความอิสระที่ยิ่งใหญ่กว่ารออยู่ จงฝึกฝนการสูบลมในภาคพื้นดินให้ชำนาญเถิด… แล้ววันหนึ่ง จมูกของท่านจะไวพอที่จะตามกลิ่นนี้ไป และท่านจะค้นพบ ‘ประตูฟ้า’ บานนั้นด้วยตัวท่านเอง… ไม่ว่ามันจะซ่อนอยู่ที่นี่ หรือที่แห่งหนใดในจักรวาลก็ตาม