อย่าไว้ใจในสิ่งที่เรียกว่า “ความตั้งใจ” ธรรมชาติของจิตนั้นไหลลื่นดั่งสายน้ำ และระเหยหายง่ายดายดุจ “ควันไฟ” ในนาทีที่ท่านคิดจะทำสิ่งใด สิ่งนั้นเป็นเพียงนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ และพร้อมจะถูกกระแสลมแห่งความขี้เกียจพัดพาไปในชั่วข้ามคืน
มนุษย์ผู้ชาญฉลาดจะไม่ฝากอนาคตไว้กับ “ความฮึด” ชั่ววูบ แต่จะสร้าง “ภาชนะ” ขึ้นมารองรับ เพื่อดักจับควันจางเหล่านั้น ให้ควบแน่นกลายเป็นความจริง
“ถุงแพร” (the vessel) ใบนี้… คือภาชนะที่ท่านรอคอย
ยอมรับความจริงเถิดว่า ลำพังกำลังใจของท่านนั้นเปราะบางและมีวันหมดอายุ จงเลิกต่อสู้เพียงลำพัง และเปิดใจยอมรับระบบที่จะเข้ามาช่วยประคับประคอง
อย่าปล่อยให้ความตั้งใจล่องลอยอยู่ในอากาศ จงคว้ามันมาใส่ลงใน “ถุงแพร” เขียนระบุให้ชัดเจน เพื่อเปลี่ยน “ความคิดที่เลื่อนลอย” ให้กลายเป็น “พันธสัญญาที่จับต้องได้”
ส่งมอบถุงแพรแก่ “พ่อบ้าน” ผู้เจนจบในศาสตร์ที่ท่านเลือก เขาไม่ใช่แค่ผู้คุมกฎ แต่คือกัลยาณมิตรผู้จะคอยเติม “ฟืน” ให้ไฟฝันของท่านลุกโชนอยู่เสมอในทุกสัปดาห์
ท่านเรียกมันว่า “ความตั้งใจ” ท่านเรียกมันว่า “เจตจำนง” ท่านคิดว่ามันคือหินผา… แต่เปล่าเลย มันคือ ควัน
มนุษย์เราสื่อสารคำว่าเจตจำนงกันอย่างมักง่าย ในวินาทีที่ท่านประกาศว่า “ฉันจะทำสิ่งนี้” ท่านมีเจตจำนงจริง แต่พอนาฬิกาเดินไปอีกหนึ่งวินาที… เจตจำนงนั้นก็ตายไปแล้ว
อย่าตกหลุมพรางนี้ การประกาศเจตจำนง ก็เหมือนท่านตะโกนสั่งอาหารว่า “ข้าจะกินเมนูนี้!” ท่านได้แค่สั่ง… แต่ท่านยังไม่ได้ “สารอาหาร”
สารอาหารจะเกิดขึ้นจริง ก็ต่อเมื่อท่าน “ตรึง” (Fixing) ความหิวโหยนั้นไว้ได้ หากท่านย้ำเตือนเมนูนั้นซ้ำๆ ทำให้ความต้องการนั้นคงอยู่ ท้องของท่านจะยังร้องถวิลหา… และโอกาสที่ท่านจะได้กินจริงๆ จึงจะเกิดขึ้น จงอย่าสับสนระหว่าง “เจตจำนง” กับ “ผลลัพธ์ของเจตจำนง”
เจตจำนงนั้นเปราะบางอย่างน่าขัน ข้อสอบทางจิตวิญญาณพิสูจน์เรื่องนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
ลองจินตนาการ… ถ้ามีคนยื่นข้อเสนอให้ท่าน มอบทุกสิ่งที่ท่านปรารถนา เงินทอง อำนาจ ความรัก ข้อแม้มีเพียงข้อเดียว… ท่านต้องรักษา “เจตจำนง” ให้จดจ่ออยู่กับสิ่งเดียว ต่อเนื่องให้ได้ตลอดทั้งวัน ห้ามวอกแวก ห้ามเผลอไผล
ท่านทำไม่ได้หรอก… กูรเจฟฟ์ ปราชญ์ผู้ขวางโลก ท้าทายว่ามนุษย์เรา “หลับใหล” ตลอดเวลา อย่าว่าแต่ทั้งวันเลย… เอาแค่ให้ท่าน “ระลึกรู้ตนเอง” (Self-Remembering) ว่ากำลังเดินอยู่ ให้ได้เกิน 2 นาที โดยไม่เผลอคิดเรื่องอื่น… ท่านยังทำไม่รอด!
สอดคล้องกับคณิตศาสตร์แห่งจิตวิญญาณของฝ่ายโยคะ หากท่าน ‘ตรึง’ เจตจำนงไว้ได้ 2 นาที 24 วินาที (12 x 12 วินาที) ท่านจะได้ ฌาน และหากท่านลากยาวไปถึง 29 นาที (12 x 2 นาที 24 วินาที) ท่านจะเข้าสู่ สมาธิ ภาวะที่ผู้รู้และสิ่งที่ถูกรู้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน… ถึงจุดนั้น… ท่านจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวตนเดิมได้
แค่ครึ่งชั่วโมง… ฟังดูง่ายใช่ไหม? แต่ความจริงคือ นรก แม้แต่ผู้ที่มีศรัทธาแรงกล้า ยังสอบตกนับไม่ถ้วน
ด้วยตรรกะเดียวกันนี้… ถ้าพระ ผู้แสวงหา หรือนักบวช ผู้ซึ่งวางชีวิตไว้กับการปฏิบัติ ยังรักษาเจตจำนงไว้ได้ยากยิ่ง มีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่รอดปากเหยี่ยวปากกาไปได้
แล้วประสาอะไรกับเจตจำนงของท่าน? เจตจำนงที่ขับเคลื่อนด้วยกิเลส ความอยาก และความสะดวกสบาย เจตจำนงที่ติดๆ ดับๆ เหมือน หลอดไฟราคาถูก
ท่านจะหวังพึ่งพาสิ่งที่เปราะบางขนาดนั้นได้อย่างไร? ท่านจะฝากอนาคตไว้กับ “ควัน” ได้อย่างไร?
เพราะเจตจำนงเชื่อถือไม่ได้… จึงต้องมี “ถุงแพร”
เมื่อท่านใคร่ครวญต่อสิ่งที่ได้กระทำ และตระหนักว่าสิ่งนั้นมีนัยยะต่อปลายทางของชีวิต ท่านย่อมรู้ดีว่า—ตราบใดที่มันยังเป็นเพียงควัน ย่อมไม่บังเกิดผลใด
ข้าพเจ้าเชื้อเชิญให้ท่าน ค่อย ๆ ทะนุถนอมสภาวะใจนั้น ม้วนมันอย่างระมัดระวัง ใส่ลงในถุงแพร
และมอบให้แก่ “พ่อบ้าน”
พ่อบ้านจะเป็นผู้ดูแลเจตจำนงของท่าน จนกว่าสิ่งที่อยู่ในถุงแพรจะก่อรูปเป็นผลลัพธ์
ระหว่างทาง ท่านจะได้สนทนากับพ่อบ้านสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนการเดินทางของสิ่งที่พักอยู่ในถุงแพร ณ สัปดาห์นั้น
ท่านจะได้พบพลังของตนเอง ผ่านพ่อบ้าน ผู้แปรสภาพอารมณ์ที่ไม่สอดคล้อง
ให้กลับมารับใช้สิ่งที่ท่านได้มอบไว้ในถุงแพร







