รอยแตกของความคิด

หยุดตะโกน

หากท่านยืนอาบแสงอยู่บนยอดพีระมิดน้ำแข็ง… ส่วนเขายังขดตัวอยู่ใต้ฐานรากที่มืดมิด
หากท่านปรารถนาดี… จง “ยับยั้งชั่งใจ”

เสียงเดินทางผ่านน้ำแข็งไม่ได้. ความจริง… เดินทางผ่านความ ‘ไม่รู้’ ไม่ได้
ท่านหัวเสีย? นั่นเรื่องของท่าน. เขาไม่ได้ยิน? นั่นธรรมชาติของเขา.

จงให้คำแนะนำเป็นดั่งแสง. แสงแค่ส่อง… แต่ไม่คาดหวัง มันไม่ได้มีหน้าที่ไปงัดแงะกะโหลกใคร.
ต่อให้ท่านดิ้นรนแทบตาย… ท่านก็แพ้ แพ้ให้กับเกราะที่เขาสร้างขึ้นมาขังตัวเอง

ปล่อยวางซะ. เมื่อถึงเวลา… ฟ้าจะผ่าลงมาเอง การที่ท่านไปยืนเต้นเร่าๆ อยู่ปากหลุม… น้ำแข็งไม่ได้ละลายเร็วขึ้น มีแต่ท่าน… ที่จะดูโง่เขลาเสียเอง

เขาต้องดิ้นรน. เขาต้องเจ็บปวด ต้องให้ความหนาวกัดกินเนื้อ. ต้องให้วงจรชีวิตที่ ‘เฮงซวย’ บีบคั้นจนหายใจไม่ออก

ความทุกข์ทรมานคืออาจารย์. นั่นคือเบาะแสเดียว… ที่จะทำให้เขาเงยหน้ามองหาทางรอด

ปล่อยให้เขาหลง… ให้สุดทาง ให้เขาตระหนักด้วยตัวเองว่า ที่ยืนอยู่นั้นไม่ใช่ยอดพีระมิด แต่คือก้นบึ้งของหลุมอับอากาศ

อย่าริอ่านเป็นแสงสว่าง… ให้คนตาบอดที่ยังอยากจะบอด วางค้อนในมือท่านลงซะ.

น้ำแข็งจะไม่มีวันแตกจากภายนอก. มันจะระเบิดออก… ด้วยแรงดันมหาศาล จากภายในใจของเขาเอง

เมื่อน้ำแข็งระเบิดออก นั่นคือนาทีที่ “ความเป็นมิตรแท้” จะเริ่มทำงาน

เมื่อเกราะพังทลาย… เสียงจึงจะถูกได้ยิน เมื่อความ ‘ไม่รู้’ แตกสลาย… ความรู้… จึงจะมีถนนให้เดิน

เฝ้าดูด้วยความสงบ. “เมื่อใจพร้อมเปิดรับ… ความช่วยเหลือจึงจะเดินทางไปถึง”