รอยแตกของความคิด

ภาชนะที่เปื้อนน้ำลาย

“หลายคนแค่นหัวเราะใส่คำว่า ‘จิตวิญญาณ’ มองว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อของคนอ่อนแอที่ไม่มีปัญญาจะยืนหยัดในโลกแห่งความจริง… ช่างน่าขันสิ้นดี เพราะในขณะที่พวกเขากำลังตะเกียกตะกายไขว่คว้าเงินตราและอำนาจอยู่นั้น พวกเขากำลังประกอบพิธีกรรมทางจิตวิญญาณที่เข้มข้นยิ่งกว่านักบวชเสียอีก

ไอ้ความกระหายที่อยากจะชนะ… อยากจะเติมเต็ม ‘ภาชนะ’ ให้ล้นปรี่ด้วยทองคำแห่งความสำเร็จนั่นแหละ คือตัวตนทางจิตวิญญาณของพวกเขา

แต่ด้วยความตื้นเขินของมนุษย์ เราจึงถูกหลอกให้แยกส่วนมันออกจากกัน ข้าพเจ้าจึงจำต้องตบหน้าเรียกสติสหายใหม่ด้วยนิยามที่แสบสันต์ว่า…

จิตวิญญาณ… หาใช่เรื่องของควันธูป การสับไพ่ กระป๋องสังฆทาน หรือการนั่งขัดสมาธิหลับตาพริ้ม

แต่มันคือ ‘แรงขับเคลื่อน’… สิ่งใดที่กระตุ้นให้ท่านกระสัน ทะยานอยากจนตัวสั่น สิ่งนั้นแหละคือการแสดงออกทางจิตวิญญาณของท่าน

อยู่ที่ว่าท่านจะบริหารมันอย่างไร? ท่านจะกำกับมันด้วย ‘ความตระหนักรู้’ อย่างผู้ตื่น หรือจะปล่อยให้มันวิ่งพล่านเหมือนสุนัขบ้าที่ ‘น้ำลายฟูมปาก’ ด้วยความโลภ? ท่านจะเรียนรู้วิธีปิดก๊อกความอยาก หรือจะปล่อยให้มันไหลทะลักจนเปรอะเปื้อนชีวิตจนควบคุมไม่ได้?

ท่านมีสิทธิ์เลือก… จะป้อน ‘โภชนาการแห่งอิสรภาพ’ ให้แก่จิตวิญญาณ เพื่อชำระความพะรุงพะรังทิ้งไป หรือจะยัดเยียดขยะพิษเข้าไปจนเน่าใน ก็สุดแล้วแต่ท่าน

แต่หากท่านยังคงหยิ่งผยอง ปฏิเสธหน้าตายว่าเรื่องจิตวิญญาณไม่เกี่ยวกับท่าน… ก็เชิญท่านนอนจมปลักอยู่ใน ‘บ่ออาจมแห่งจิตวิญญาณ’ ที่ท่านสร้างขึ้นเองต่อไปเถิด”