น้ำหมึกของฟ้านั้นบางครั้งก็ข้นคลักจนท่วมท้น บางครั้งก็แห้งผากจนเขียนไม่ออก ในขณะที่น้ำหมึกของมนุษย์ที่พยายามเขียนจนล้นกระดาษก็ไม่เคยเปลี่ยนความจริงของฤดูกาลได้
เราต่างถูกกล่อมเกลาให้เชื่อในนิทานที่น่าขันที่สุดเรื่องหนึ่ง นั่นคือเราเป็นเจ้าของลายเซ็นที่กุมชะตาจักรวาล เราเดินไปที่หน้าประตู ตะคอกใส่ความทุกข์ที่มาเคาะห้องว่า “ไม่อนุมัติ!” แล้วหวังใจว่าความโศกเศร้าจะเดินคอตกกลับไปเพราะไม่มีลายเซ็นของเรากำกับ
ช่างเป็นความโง่เขลาที่ตกแต่งอย่างงดงามเสียเหลือเกิน
ในโลกที่พ่อค้าทางจิตวิญญาณตะโกนขาย “ความเป็นไปได้ที่ไม่มีสิ้นสุด” พวกเขาไม่ได้ขายความจริง แต่เขากำลังขาย “ตรายาง” ให้กับอีโก้ของท่าน ท่านคิดว่าท่านเป็นผู้ควบคุมห่วงโซ่ทั้งหมด แต่ความจริงคือ… ท่านก็แค่ลิงที่กำลังหลอกเจ้า และเจ้าที่ว่านั้นก็คือตัวท่านเอง ยามความจริงสำแดงฤทธิ์จนท่านปฏิเสธไม่ได้ ท่านจะเงียบกริบเหมือนคนใบ้ แต่พอความจริงลับตาไป ท่านก็กลับมาสวมมงกุฎกระดาษแล้วอหังการใหม่ว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้ เพียงแค่ฉันจะเซ็นหรือไม่เซ็น”
“คนส่วนใหญ่ตายไปพร้อมกับความเชื่อว่าเขาเป็นกัปตันเรือ ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาเป็นแค่ผู้โดยสารที่พยายามแย่งพวงมาลัยจากพายุ”
ในอีกฟากหนึ่งของโต๊ะอาหาร มีกลุ่มคนที่เลือกจะโยนปากกาทิ้งไป พวกเขาบอกว่า “มนุษย์นั้นต่ำต้อยเกินกว่าจะถือหมึกแห่งโชคชะตา” พวกเขายกปากกาอันเขื่องให้กับเทพเจ้า ดวงดาว ตำแหน่ง หรือแม้แต่ตัวเลขที่เรียงกันอย่างประหลาด
นี่คือการยอมจำนนที่ชาญฉลาด หรืออาจเป็นเพียงการหาที่ซุกหัวนอนให้พ้นจากความรับผิดชอบ? เมื่อฟากฟ้าเป็นผู้ลงนาม เราก็แค่เฝ้าสังเกต “เบาะแส” รอยหยักของหมึกบนท้องฟ้า แล้วเดินตามเหมือนมดที่เดินตามกลิ่นฟีโรโมน มันปลอดภัย แต่มันก็ช่างไร้ซึ่งรสนิยม
“การฝากชีวิตไว้กับดวงดาวนั้นโรแมนติกดี แต่มันก็น่าเศร้าหากท่านพบว่าดวงดาวเหล่านั้นไม่เคยอ่านลายเซ็นของตัวเองเลย”
ท่านฟูซี เล่าจื๊อ หรือแม้แต่พระพุทธเจ้า รับรู้สิ่งนี้มานานแล้ว พลังของฟ้าและมนุษย์นั้นมีอยู่ แต่สำแดงพลังที่ต่างกัน น้ำหมึกของฟ้านั้นบางครั้งก็ข้นคลักจนท่วมท้น บางครั้งก็แห้งผากจนเขียนไม่ออก ในขณะที่น้ำหมึกของมนุษย์ที่พยายามเขียนจนล้นกระดาษก็ไม่เคยเปลี่ยนความจริงของฤดูกาลได้
ทางออกจึงไม่ใช่การแย่งปากกา แต่คือ “การสอดประสาน”
มนุษย์ มีหน้าที่เป็นผู้ลงนามคนแรก จงตวัดลายเซ็นของท่านลงบนกระดาษด้วยความปราณีตที่สุด เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้—ไม่ใช่ด้วยความคาดหวังแบบคนโง่ แต่ด้วยความเคารพในพลังของแต่ละส่วน วางกระดาษแผ่นนั้นลงบน “พานทองคำ” ในจุดที่ฟากฟ้าจะโคจรผ่านมาเห็น
มงคลสูงสุดสถิตอยู่ในความ ‘ครบถ้วน’ ของรอยหมึกที่ท่านจรดลงไป
นี่คือ “คัมภีร์รับความเปลี่ยนแปลง” เมื่อท่านทำส่วนของท่านได้ ‘ครบ’ ทุกหยาดหมึก มงคลสูงสุดก็ได้สถิตอยู่ในความครบถ้วนนั้นแล้ว—ไม่ต้องรอคำอนุมัติจากใครอีก